โดย…ณรงค์วิทย์ แสนทอง
NS Values Co.,Ltd.
Narongwits.com [at] gmail.com

องค์กรไหนที่ผู้บริหารเป็นผู้กำหนดนโยบายองค์กรเรา

จะพัฒนาระบบบริหารงานเชิงกลยุทธ์ ถือว่าโชคดีไป แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ที่เยี่ยมมาก แต่…ก็มีองค์กรจำนวนไม่น้อยที่ผู้บริหารอาจจะไม่เข้าใจว่าระบบการบริหารงานเชิงกลยุทธ์หรือที่เรียกกันว่า “Strategic Performance Management” มันคืออะไร สำคัญอย่างไร ไม่ทำแล้วยังไง ทำแล้วได้อะไร ทำแล้วคุ้มค่าไหม ทำแล้วจะเจอปัญหาอะไรบ้าง ระบบนี้จะเหมาะสมกับองค์กรของเราหรือไม่ ยากเกินไปไหม และอีกสารพัดคำถาม

สุดท้ายเมื่อยังไม่มีใครตอบคำถามให้ได้ก็เลยยังไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับระบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรบางสัญชาติ เช่น องค์กรญี่ปุ่นที่มักจะมีแนวทาง แนวคิด เครื่องมือเป็นของตัวเอง และผู้บริหารที่เข้ามาบริหารงานในประเทศไทยที่มีวาระแน่นอน ก็มักจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารจัดการอะไรมากมาย แต่ผู้บริหารคนไทยที่ทำงานอยู่กับองค์กรตลอดต้องการเปลี่ยนแปลง เพราะรู้ว่าระบบงานที่ใช้อยู่ปัจจุบันยังไม่ดีพอ ยังไม่มีประสิทธิภาพ ยังไม่ทันสมัย แต่ไม่รู้จะขายไอเดียให้ผู้บริหารต่างชาติอย่างไรดีที่จะทำให้เขาให้เห็นความสำคัญ ในฐานะที่เป็นวิทยากร ที่ปรึกษาทำเรื่องนี้มาประมาณ 16 ปี อยากจะสรุปประเด็นที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารองค์กร เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรของท่านมีระบบการบริหารงานเชิงกลยุทธ์แล้วหรือยัง ควรจะพัฒนาระบบเดิมหรือไม่ หรือยืนยันว่าองค์กรของท่านมีระบบนี้ดีอยู่แล้ว

1. เพิ่มประสิทธิภาพของการวางแผนธุรกิจเชิงกลยุทธ์
ปัญหาขององค์กรที่มีแผนกลยุทธ์ธุรกิจคือยังขาดการเชื่อมโยงแผนกลยุทธ์ระยะยาว ระยะสั้นมาสู่แผนปฏิบัติการองค์กรประจำปี และแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงาน พูดง่ายๆว่าคิดกลยุทธ์เสร็จแต่ละปีก็ค่อยคิดแผนงานประจำปี ซึ่งบางแผนก็สายไปซะแล้ว บางแผนก็ไม่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ระยะยาวที่วางไว้
ระบบการบริหารผลงานเชิงกลยุทธ์จะเข้ามาช่วยเสริมแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจให้ละเอียดและชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะระบบนี้จะลงรายละเอียดของแผนกลยุทธ์มาจนถึงแผนธุรกิจประจำปีและแผนปฏิบัติการย่อยๆที่เกี่ยวข้องเกี่ยว สามารถทำให้องค์มองเห็นรายละเอียด ความเป็นไปได้ของแผนกลยุทธ์ได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนั้น ยังสามารถเห็นความสัมพันธ์ของแผนย่อยๆที่มาจากกลยุทธ์แต่ะด้านว่าสัมพันธ์กันหรือไม่ หากมีงบประมาณจำกัด จะได้จัดลำดับความสำคัญของแผนย่อยในแต่ละช่วงเวลา แต่ละปีได้ว่าควรจะทำอะไรก่อนหลัง

2. ช่วยเชื่อมโยงระบบการบริหารงานในองค์กร
ลองนึกดูว่าถ้าระบบการจัดทำแผนกลยุทธ์ แผนงานประจำปี การจัดทำงบประมาณ ระบบการบริหารความเสี่ยง ระบบมาตรฐานสากล ระบบมาตรฐานธุรกิจอุสาหกรรม เช่น ISO, JCI, GMP,SHE,KPI, Core Value ฯลฯ ต่างคนต่างทำ นอกจากจะเกิดความซ้ำซ้อนของการทำงานแล้ว บางครั้งยังทำให้เกิดความขัดแย้งกันระหว่างระบบงานที่ตอบโจทย์คนละโจทย์กันได้ เช่น ถ้าเชื่อคนทำงบประมาณมากเกินไปก็อาจจะกระทบต่อการพัฒนาเรื่องบางเรื่องที่วัดผลการลงทุนได้ยาก ถ้าเชื่อระบบการบริหารความเสี่ยงมากเกินไป จะเอาเงินที่ไหนมาจัดการ ถ้าเชื่อระบบมาตรฐานสากลมากจนเกินไป แล้วตกลงเราจะเป็นองค์กรทำธุรกิจหรือส่งเข้าประกวดองค์กรมาตรฐานดีเด่นระดับโลก
3. ระบบการบริหารผลงานเชิงกลยุทธ์

จึงเป็นระบบที่จะรวบรวมหรือจัดระเบียบระบบทุกระบบงานในองค์กรให้ผู้บริหารเห็นภาพรวม อะไรเป็นระบบย่อยอะไรเป็นระบบหลัก ระบบไหนตอบโจทย์อะไร เรื่องไหนบ้างที่สัมพันธ์กันทำแผนเดียวก็ตอบโจทย์ทุกระบบได้ ไม่ต้องแยกกันทำ เรื่องไหนบ้างที่ตอบโจทย์ระยะสั้น เรื่องไหนตอบโจทย์ระยะยาว เรื่องไหนตอบโจทย์กำไร เรื่องไหนตอบโจทย์เติบโต เรื่องไหนตอบโจทย์ความยั่งยืน

4. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร
ระบบการบริหารเชิงกลยุทธ์จะช่วยให้เราค้นหาค้นเจอปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น ซ่อนอยู่ในองค์กรได้ไม่ยาก เพราะเป้าหมายจะวิ่งไปหาแผน แผนวิ่งไปหาปัญหาอุปสรรค ข้อจำกัด ข้ออ้าง และระบบนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการทางธุรกิจ ระบบการทำงานภายในองค์กร
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่าปัญหาบางเรื่องหาเจ้าภาพไม่ได้ แต่พอนำระบบการบริหารผลงานเชิงกลยุทธ์เข้ามาทำให้ปัญหาเหล่านี้ถูกจัดการออกไปเยอะมาก เช่น ปัญหาเรื่องสินค้าคงคลังที่ขายไม่ออก หมดอายุ เคลื่อนไหวช้า ปัญหาความไม่สัมพันธ์ระหว่างการพยากรณ์ยอดขาย การผลิต ส่งมอบ เก็บเงิน
เนื่องจากระบบนี้จะเน้นที่ผลกระทบต่อองค์กรเป็นหลัก แล้วไล่เรียงลงมาหาว่าอะไรคือปัจจัยหลัก อะไรคือสาเหตุหลัก หลังจากนั้นก็มุ่งเน้นการพัฒนาระบบที่แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและได้ยั่งยืนกว่า โดยการใช้พลังจากการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานไม่ใช่ต่างคนต่างแก้

5. เพิ่มประสิทธิภาพระบบการประเมินผลงานประจำปี
หากระบบการบริหารผลงานเชิงกลยุทธ์ระดับองค์กรมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยให้การออกแบบพัฒนาระบบการประเมินผลงานประจำปีของบุคลากรก็จะมีประสิทธิภาพไปด้วยโดยอัตโนมัติ เพราะสามารถบอกได้กว่าอะไรคือตัวชี้วัดผลงานหลักของแต่ละระดับ แต่ละหน่วยงาน

สำหรับการประเมินผลงานประจำปีของพนักงานแต่ละคนสามารถตอบได้ว่าคุ้มค่ากับการจ่ายโบนัสและปรับเงินเดือนหรือไม่ เพราะเงินเดือนองค์กรจ่ายแล้วรับผิดชอบจนพนักงานลาออกหรือเกษียณอายุ แต่ผลงานแต่ละปีของพนักงานองค์กรจะได้กินยาวเหมือนภาระที่ต้องจ่ายเงินเดือนหรือไม่
นอกจากนี้ระบบนี้สามารถพัฒนาบุคลากรได้ไม่น้อยโดยเฉพาะเรื่องทักษะการบริหารจัดการในภาพรวมของผู้บริหารสายงาน เพราะทุกคนต้องเข้าใจระบบการบริหารผลงานเชิงกลยุทธ์ไม่แตกต่างอะไรจากไปจากผู้บริหารระดับสูงสุด และต้องรับผิดชอบกระบวนผลลัพธ์องค์กรพร้อมจัดทำแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการตั้งแต่ต้นจนจบ และสลับบทบาทกันทำในแต่ละปีทำให้ผู้บริหารแต่ละคนได้เรียนรู้และได้เล่นบทผู้บริหารสูงสุดในแต่ละเรื่อง (แต่ละเป้าหมาย) ทั้งหมดนี้คงพอจะทำให้องค์กรต่างๆได้เข้าใจ ตระหนักว่าระบบการผลงานบริหารเชิงกลยุทธ์(Strategic Performance Management) มีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อองค์กรอย่างไรบ้างนะครับ
CategorySPMS
Write a comment:

You must be logged in to post a comment.

© 2015 www.narongwits.com
Top
Follow us: