เขียนโดย…ณรงค์วิทย์ แสนทอง
NS Value Co.,Ltd

แรกเริ่มเดิมทีคนส่วนใหญ่ท่องจำไว้ว่า  KPI คือสิ่งที่วัดได้ จับต้องได้ คิดคำนวณเป็นตัวเลขได้ เช่น

  • มูลค่ายอดขาย
  • % ส่งมอบตรงเวลา
  • จำนวนวันเฉลี่ยของสินค้าคงคลัง
  • จำนวนครั้งที่ส่งของผิดพลาด
  • ฯลฯ

แต่ตอนนี้คิดแค่นี้ไม่พอแล้ว เพราะว่า KPI ที่ดีมีประโยชน์จะต้องมีความหมายว่าถ้าค่าตัวเลขสูงหมายถึงอะไร ค่าตัวเลขต่ำหมายถึงอะไร วัดไปแล้วสามารถนำไปพัฒนาได้ไม่ใช่วัดไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ วัดไปแล้วก็แค่รู้ไม่รู้จะทำยังไงต่อ เช่น

  • จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยต่อคนต่อปี

วัดไปแล้วได้ข้อมูลมาแล้ว ถ้าจะถามต่อว่า “แล้วไง” คือจำนวนชั่วโมงเฉลี่ยของการฝึกอบรมเยอะดีหรือไม่ดี ถ้าตอนว่าอบรมเยอะดี ช่วยบอกหน่อยว่าถ้าคนหนึ่งอบรมไป 55 ชั่วโมง อีก 9 คนอบรมไปคนละ 5 ชั่วโมง อย่างนี้จะดีจริงหรือปล่าว หรือถ้าชั่วโมงอบรมเยอะแสดงว่าคนเก่งขึ้น ทำงานดีขึ้นใช่ไหม
เมื่อองค์กรใช้ระบบ KPI มาระยะหนึ่งแล้ว ตอบคำถามได้แล้วว่าวัดเป็นตัวเลขได้ แปลความหมายได้ ยังไ่ม่จบแค่นี้นะครับ เพราะจะต้องพัฒนาระบบนี้ให้ดีขึ้นไปอีก นั่นก็คือองค์กรต้องพยายามลด ละ เลิก KPI ที่ไม่สร้างสรรค์เพราะมันเป็นการจัดผิด เช่น

  • จำนวนครั้งที่ทำรายงานผิด
  • จำนวนครั้งที่ทำงานผิดพลาด
  • จำนวนครั้งที่บันทึกข้อมูลผิด
  • จำนวนครั้งที่ส่งของล่าช้า
  • ฯลฯ
เหตุผลที่ควรจะลด ละ เลิก KPI ประเภทนี้ก็เพราะว่าวัดไปทำให้คนทำงานมีกำลังใจ เพราะเป็นการจับผิดทั้งวัน พอลูกน้องถามหัวหน้าว่า “พี่แล้วทำไมหนูทำงานถูกเยอะ พี่ไม่นำมาวัดบ้างหละคะ” หัวหน้าก็ตอบว่า “ที่ถูกมันเยอะพี่ขี้เกียจวัด ขี้เกียจเก็บข้อมูล วัดแบบนี้แหละดีแล้ว” อีกเหตุผลหนึ่งคือการวัดแบบจัดผิดไม่ได้แก้ปัญหาได้ถาวร ความผิดพลาดก็เกิดขึ้นเป็นระยะๆเหมือนเดิม เนื่องจากบางสาเหตุป้องกันยาก บางสาเหตุเกิดขึ้นเพราะระบบการทำงานยังไม่ดี ไม่รัดกุมพอ

จึงอยากจะแนะนำให้เปลี่ยนตัวชี้วัดประเภทจับผิดมาเป็น 2 เรื่องดังนี้

1. เปลี่ยนเป็นโครงการพัฒนาปรับปรุงระบบการทำงาน
ให้นำเอาความผิดพลาด ล่าช้าที่เกิดขึ้นมาวิเคราะห์หาสาเหตุ แล้วนำมากำหนดแนวทางแก้ไข ป้องกันไม่ให้ปัญหานั้นเกิดขึ้นอย่างถาวร เช่น สาเหตุที่ป้อนข้อมูลเข้าระบบผิดพลาดก็เพราะโปรแกรมไม่ได้ป้องกันการป้อนข้อมูลซ้ำ หรือโปรแกรมไม่ได้กำหนดรูปแบบการป้อนข้อมูลที่เป็นวันเดือนปีมาตรฐาน ฯลฯ
การกำหนด KPI ให้เป็นโครงการพัฒนาปรับปรุงงานจะช่วยลดภาระของหัวหน้าในการมานั่งนับจับผิดลูกน้องลงไปเยอะ และที่สำคัญคือหากโครงการพัฒนาปรับปรุงระบบการทำงานได้ผลจะช่วยลดและกำจัดปัญหานั้นๆได้อย่างถาวร
2. เปลี่ยนเป็น KPI ในการพัฒนาตัวเอง
สาเหตุของความผิดพลาดในการทำงานนอกจากระบบการทำงานแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญคือ “คน” อาจจะเป็นเพราะคนขาดความรู้ ความเข้าใจ ขาดทักษะความชำนาญ เลยทำให้งานผิดพลาด ล่าช้า ไม่สมบูรณ์
ดังนั้น แนวทางคือการเปลี่ยน KPI ประเภทจับผิดมาเป็นการพัฒนาความสามารถของคนแทน เช่น

  • สามารถตรวจสอบ เช็ค ความถูกต้องก่อนบันทึกข้อมูลได้
  • สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้
  • สามารถบอกได้ว่าอะไรคือจุดแตกต่างของความผิดพลาดกับความถูกต้องของสินค้า
  • สามารถจัดทำและนำเสนอข้อมูลโดยใช้ Pivotable ได้
  • ฯลฯ

การเปลี่ยนมาวัดความสามารถนอกจากจะช่วยลดภาระการจับผิดของหัวหน้าลงได้แล้ว หัวหน้ายังสามารถช่วยพัฒนาลูกน้องได้ด้วย ไม่มีข้อห้ามใดๆ เพราะหากลูกน้องมีความสามารถเพิ่มขึ้น องค์กรได้ประโยชน์อย่างแน่นอน คุ้มค่ากับการนำไปแลกกับการปรับเงินเดือน จ่ายโบนัสแน่นอน จึงอยากจะบอกว่าองค์กรไหนยังมี KPI ประเภทจับผิดยิบย่อยอยู่เยอะ ขอแนะนำให้รีบลด ละ เลิกเป็นการด่วน เพราะนอกจากจะไม่สร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาองค์กรอีกด้วยครับ

CategorySmart KPIs
Write a comment:

You must be logged in to post a comment.

© 2015 www.narongwits.com
Top
Follow us: