อ.ณรงค์วิทย์ แสนทอง เป็นชาวจังหวัดสงขลา ชีวิตในวัยเด็กด้วยครอบครัวที่ยากจน เขาต้องทำงานทุกอย่างเพื่อหารายได้ แต่ด้วยความเป็นเด็กใฝ่ดีเขาจึงตั้งความหวังว่าชิวตนี้ต้องเอาดีให้ได้ “ ผมเป็นเด็กบ้านนอก พ่อแม่จบ ป.4 ชีวิตลำบากมาก แต่เราก็ไม่รู้มันลำบาก เพราะเราไม่รู้ว่าสบายคืออะไร เพียงแต่รู้สึกว่า เฮ้ย… ผมต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้ นั่นคือแรงจูงใจในชีวิต แล้วก็ใช้ความฝัน ดูหนังก็จินตนาการว่าเราเป็นพระเอก ไปที มอ. (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ) ในวันเด็ก ก็รู้สึกว่าเราน่าจะได้เรียนที่นี่ มันเท่ดี คือเหมือนกับว่าความฝันมันจะนำหน้าตลอด แล้วความฝันนั้นมันก็คอยกำหนดชีวิตเราให้เดินไปตามนั้น แรงบันดาลใจตั้งแต่เด็กคืออยากเป็นครู เพราะว่าในหมู่บ้านต่างจังหวัด คนที่ดูดีก็คือครู เป็นที่เคารพนับถือ ผู้ใหญ่กำนันยังยกมือไหว้ครู แต่เส้นทางของเราไม่ใช่ครูเพราะเรามาเรียนอีกทางนึง แล้วด้วยวิถีชีวิตมันเป็นครูไม่ได้ ก็มาทำงานฝ่ายบุคคล แต่สิ่งที่มาใกล้เคียงกับความเป็นครูก็คือวิทยากร มันคล้าย ๆ ครู คือให้ความรู้คนอื่น คนให้เกียรติ เป็นที่เคารพนับถือ อาจจะไม่เหมือนความฝันเป๊ะ ๆ ตอนวัยเด็ก”

อ.ณรงค์วิทย์--แสนทอง--“ความฝันมันเหมือนเป็นเลเซอร์นำทางเป็นเนวิเกเตอร์ ตอนเรียน ม.3 – ม.6 ผมก็เรียนพละ เพราะความไม่รู้ ความอยากน่ะมี แต่เราไม่มีเนวิเกเตอร์ ไปไหนก็ไม่รู้ ไปมันเรื่อย สุดท้ายผมก็มาทำงานซีพีอยู่ปีนึงหลังจากเรียนจบ แต่ความฝันของผมอยากไปปูนซีเมนต์ไทย พออยู่ซีพีครบ 1 ปีก็บอกหัวหน้าว่า พี่…ผมขอลาพักร้อน ไปสมัครงานปูนซีเมนต์ไทย ผมทำงานอยู่ปูนฯ ถึงปี 40 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ก็ออกไปอยู่เซเรบอส แล้วพออายุ 35 ก็ทิ้งเงินเดือนแสนกว่าบาท ทิ้งรถประจำตำแหน่ง แล้วก็มีอีกทีนึง เขาให้เงินเดือนประมาณ 3 แสน แต่ผมก็ออกมาล่าฝัน ไม่มีอะไรเลย ชีวิตเสี่ยงมาก ลูก 1 เมีย 1 รถไม่มี เงินเก็บไม่มี เมื่อสัก 11 ปีที่แล้ว ตอนนั้นความอยากมากกว่าความกลัว ออกมาทำอาชีพนี้คือเป็นวิทยากร ที่ปรึกษา นักเขียน”

ปัจจุบัน อ.ณรงค์วิทย์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล แวลูว์ จำกัด “งาน HR (Human Resource) คืองานที่ผมทำมา 12 ปี เป็นงานที่ชอบ เป็นงานที่ทำได้ดี แต่ถามว่าใช่ตัวตนที่แท้จริงของผมหรือเปล่า ไม่ ตัวตนที่แท้จริงของผมคือหนังสือพวกนี้ (หนังสือแนวการเปลี่ยนแลงตนเอง) และหนังสืออีกประมาณ 10 – 20 เล่ม เป็นหนังสือเกี่ยวกับการบริหาร HR แต่เชื่อมั้ยว่าหนังสือเหล่านั้น ขนาดเราทำมา เราก็เก่งที่สุดในวงการนู่นนี่ แต่หนังสือพวกนี้ขายดีกว่า”
“ตอนที่ผมออกมาจากปูนฯ ผมก็ตัดสินใจระดับนึงแล้วล่ะ เพราะฉะนั้นที่ทิ้งเงินเดือน 3 แสนเพื่อมาทำสิ่งที่ชอบเนี่ย มันเหมือนคุณตัดสินใจที่จะไปเชียงใหม่แล้ว คือคุณตัดสินใจตั้งแต่ออกจากบ้านแล้ว แต่ว่าบังเอิ๊ญคุณไปถึงพิษณุโลก คุณก็คิดว่าจะไปเส้นไหนดี แล้วคุณแค่เลือกเส้นทางไปตราด คนก็บอก เฮ้ย… ทำไมไปทางนั้นวะ เสี่ยงนะ แต่จริง ๆ แล้วคุณตัดสินใจตั้งแต่กรุงเทพฯ แล้วว่าคุณจะไปเชียงใหม่ ก็เหมือนกันที่ผมตัดสินใจออกมาทิ้งเงินเดือน 3 แสน คนก็คิดว่า โห… มันเสี่ยงนะ แต่คุณไม่เห็นเบื้องหลังชีวิตผมซึ่งนั่นคือ 1 ในเส้นทางเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมว่าถึงมันจะเสี่ยงก็จริง ถึงแม้มาตรการรองรับความเสี่ยงเราน้อย แต่ผมว่าถ้าเราอยาก เราสู้ มันก็มีทางออกหมดแหละ เหมือนคนน่ะ ถามว่าถ้าคนไทยสู้จริงๆ ไม่เลือกงาน จะอดตายมั้ย ไม่มีหรอก คุณเก็บขยะก็ได้ อันนี้เพียงแต่จะเทียบว่าเราอยู่ในจุดที่ไม่ใช่จุดต่ำสุด เราก็เหมือนกับว่ามันเสี่ยงในระดับนึง แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นจุดที่มองไม่เห็นอะไรเลย”

อ.ณรงค์วิทย์ มีผลงานการเขียนหนังสือหลายเล่ม ทั้งในหมวดทรัพยากรมนุษย์ และหนังสือแนะนำการใช้ชีวิต เช่น การบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ ภาคปฏิบัติ คู่มือการพัฒนาระบบการบริหารผลงานยุคใหม่ มารู้จัก Competency กันเถอะ การบริหารคนสำหรับคนบริหาร มนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ Competency เพื่อการประเมินผลงาน กล้าเปลี่ยนแปลง กล้าคิด ชีวิตเปลี่ยน EQ ดี อารมณ์ดี ชีวีสดใส แผนที่ชีวิต เข็มทิศสู่ความสำเร็จ มีเงินเดือนเป็นแสนก่อนอายุ 29 ไม่ยาก เป็นต้น

นอกจากนี้ อ.ณรงค์วิทย์ ยังตั้งกลุ่ม Trainer Club ในเฟซบุ๊คเพื่อรวบรวมและพัฒนาวิทยากรมืออาชีพ และยังมีกลุ่ม Thai Coach อันเป็นกลุ่มคนที่สนใจงานด้านการเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจอีกด้วย